posted on 16 Aug 2009 23:12 by holybuay
ก่อนที่เราจะรู้จัก SAP เรามาทำความรู้จักกับ ERP กันก่อนนะคะ
ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning หรือระบบบริหารทรัพยากรองค์กร เป็นการวางแผนจัดการการใช้ทรัพยากรต่างๆในทางธุรกิจขององค์กรให้คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด ซึ่งมีระบบสารสนเทศเข้ามาจัดการระบบงาน แผนกต่างๆในองค์กรให้รวมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบบัญชี(Accounting) ระบบการซื้อขาย(Purchasing) และระบบการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management) เป็นต้น เพื่อวางแผนให้การบริหารทรัพยากรในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดเวลา ขั้นตอนการทำงานอีกด้วย
ก่อนหน้านี้มีปัญหาหลายประการ ที่ทำให้ต้องมี ERP เข้ามาวางแผน จัดการกับทรัพยากรในองค์กร คือ
1.ในแต่ละระบบงานต่างๆ ขาดการประสานงานร่วมกันบางครั้งทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน
2. ข้อมูลมีการกระจายไปตามแผนกงานต่างๆ ทำให้เกิดการซ้ำซ้อนของข้อมูล
3. แต่เดิมข้อมูลแต่ละแผนกถูกประมวลผลโดย Batch processing ประมาณเดือนละครั้ง ทำให้กว่าจะถูกประมวลแล้วนำไปรวมกัน และในไปใช้ในองค์กรเกิดการล่าช้า
4. ความไม่ยืดหยุ่นของระบบข้อมูลสารสนเทศ
ในปัจจุบัน ธุรกิจและองค์กรมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องเยอะแยะมากและ อาจจะเกิดความซ้ำซ้อนได้ง่าย จึงต้องมีระบบการจัดการที่ดีในการบริหารทรัพยากรในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับองค์กรมากยิ่งขึ้น และยังเพิ่มความน่าเชื่อถือในองค์กรนั้นๆมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ประโยชน์หลักๆของ ERP คือ
ประโยชน์ของ ERP ที่มีต่อองค์กรและธุรกิจในปัจจุบัน คือ
1. ช่วยรวบรวมข้อมูลทางการเงินของบริษัท ถึงภาพรวมและฐานะทางการเงิน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริหารได้
2. รวบรวมข้อมูลการสั่งสินค้าของลูกค้า เริ่มตั้งแต่การสั่่งซื้อของลูกค้าผ่านตัวแทน
3. สร้างมาตรฐานและเพิ่มความรวดเร็วในการผลิต
4. ลดภาระด้านสินค้าคงคลัง
5. ช่วยจัดและสร้างระบบมาตรฐานในเรื่องข้อมูลทางด้านบุคลากร โดยเฉพาะในบริษัทที่มีหลายหน่วยธุรกิจ
ทุกคนพอจะรู้จักกับ ERP บ้างแล้วนะคะ สำหรับครั้งหน้า จะมาอธิบายเจาะลึกมากขึ้น และอธิบายว่า SAP เกี่ยวข้องกับ ERP อย่างไร
references : http://www.vajira.ac.th/kt/modules.php?name=News&file=article&sid=156
http://www.meteenee.com/erp-คืออะไร
http://blog.spu.ac.th/ERP02/2009/01/27/entry-8
posted on 02 Aug 2009 23:46 by holybuay
จากที่ microsoft ได้พัฒนา windows 7 ขึ้นมาเป็นตัวใหม่ล่าสุด ก็สร้างความฮือฮาทีเดียว อาจจะเป็นเพราะ windows vista ที่ถึงแม้จะมี interface ที่สวยงาม แต่การใช้งานยังคงช้าอยู่ ผู้ใช้ windows จึงรอความหวังที่ microsoft จะพัฒนา windows ตัวใหม่ที่ดีเยี่ยมทั้งด้าน interface และสะดวกต่อการใ้ช้งานยิ่งขึ้น
หลายๆคนอาจจะเคยลองใช้ windows 7 กันมาบ้าง ซึ่งก็จะเห็นความแตกต่างจาก vista เพราะว่าการทำงานของมันรวดเร็วกว่า vista ซะอีก แล้วสงสัยไหมคะ ว่าทำไมถึงเร็วขึ้น?
เพราะคราวนี้ microsoft ได้ตีซี้กะ intel ซึ่งการทำงานร่วมกันครั้งนี้ช่วยทำให้ชิปเซตกราฟิกต่างๆ กับระบบ
ปฎิบัติการ สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งทำให้การประมวลผลของ windows 7 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป้าหมายที่สำคัญในการร่วมมือกัน คือเพิ่มระบบการทำงานหลายๆงานบน SMT Parking ซึ่งทำให้ OSจัดการทำงานหลายๆอย่างได้ดียิ่งขึ้น เช่น การทำงานกับ threadต่างๆ ได้พร้อมกัน ซึ่งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วของการบูต windows การชัตดาวน์ ให้กับ OS
- พัฒนาด้าน graphic โดยใช้ directX 11ทำให้การเล่นเกม ภาพต่างๆมีความเนียน ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เพิ่มอรรถรสการเล่นเกมส์มากขึ้น และหน่วยประมวลผลของ graphic ยังสามารถไปคำนวณเรื่องทั่วไปได้อีก ทำให้การทำงานของ windows 7 เร็วขึ้นไปอีกเสมือนกับ processor ตัวนึงเลย
- windows 7 พัฒนาระบบการจัดการ SSD (ซึ่งปกติไดรฟ์พวกนี้จะทำงานไ้ด้เร็วกว่า hardisk อยู่แล้ว) ด้วยเทคโนโลยี Trim command เข้ามาช่วยจัดการพื้นที่ว่างบน SSD ให้กับ windows 7 เพื่อให้สามารถใช้งาน SSD ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปกติ ถึงบล็อกของข้อมูลบน SSD จะถูกลบไปแล้ว แต่ไดร์ฟยังมองเห็นว่า พื้นที่บริเวณนั้นถูกเขียนอยู่ แต่ด้วย Trim Command มันจะช่วยปล่อยคืนบล็อกข้อมูลที่ถูกลบแล้วให้กับผู้ใช้ และรักษาสมรรถนะความเร็วในการทำงาน ไม่ให้เกิดปัญหาว่า พอทำงานไปสักระยะหนึ่งสมรรถนะของการทำงานจะลดลง
ทีนี้รู้แล้วข้อแตกต่างสำหรับ windows 7 และ windows เวอร์ชั่นก่อนแล้ว ว่าทำไม windows 7 ถึงเร็วกว่า รู้อย่างงี้แล้วก็น่าจะลองใช้ windows 7 ดูบ้างนะคะ
posted on 05 Jul 2009 22:06 by holybuay
ไปอ่านเจอมาใน arip ค่ะ เลยเก็บมาฝากกัน คิดว่าคงมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ
ตอนซื้อคอมมาแรกๆ เครื่องก็อาจจะเร็วจี๋ติดจรวด แต่พอใช้ไปนานๆมันก็เริ่มอืดแล้ว เชื่อว่าเป็นปัญหากับหลายๆคนอยู่เหมือนกัน วิธีเบื้องต้นที่ส่วนใหญ่ทำก็คือ disk defragmentor หรือไม่ก็ลบไฟล์ หรือโปรแกรมที่ไม่ใช้ หรือไม่จำเป็นออกไป แต่ว่าวันนี้มีอีกวิธีนึงที่จะช่วยให้คอมของคุณเร็วขึ้น เพียงแค่ disable บาง service ที่ไม่ใช้ออกไป มันจะสามารถช่วยลดภาระของCPU ลงไปได้ระดับนึง อาจจะแก้ปัญหาได้ในระดับนึงสำหรับคอมที่ CPU ร้อนจัดอยู่บ่ิอยๆ service ที่มากับวินโดว์ก็มีอยู่มากมาย และมันก็เปิดทิ้งไว้โดยที่เราไม่เคยรู้ หรือ ไม่เคยใช้มาก่อนเลย
เคยลองเปิด process ใน task manager กันมั้ยคะ เราจะเห็นว่ามีprocess ที่รันไว้มากมายบนวินโดว์ของเรา ซึ่งบางอันเราก็ไม่เคยได้ใช้มันเลย ลำพังแค่ end process นั้น พอตอนเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ มันก็ยังทำงานอยู่ดี
วันนี้เรามาเรียนรู้การปิด serviceทั้งหลายที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งเราสามารถปรับการทำงานของ serviceนั้นๆให้เหมาะสม ตามความต้องการ (service type)

เริ่มแรกในการเปิดเข้าไปจัดการกับ service ให้เข้าไปที่ start-> run แล้วพิมพ์ services.msc (ใช้ได้ทั้ง windows XP และ Vista)

เข้าไปแล้วก็จะขึ้นหน้าต่างที่มี service ต่างๆี่ที่อยู่เครื่่องของเรา ก่อนที่จะตัดสินใจปิดservice เราต้องรู้ก่อนว่า service ตัวไหนเป็นของอะไร แล้วเราต้องการใช้งานหรือเปล่า

พอมาถึงขั้นตอนนี้ เราก็สามารถเลือกที่จัดการกับ serviceตัวไหนก็ได้ โดยเลือก service ที่ไม่ต้องการใช้งานขึ้นมาหนึ่งตัว แล้วคลิกขวา เลือก properties ก็จะเป็นแบบในรูปภาพ ซึ่ง สามารถ เลือก disable คือปิดการทำงานของservice โดยไม่ให้มันเริ่มทำงาน manual คือสามารถสั่งได้โดยuserและมันก็ไม่เปิดขึ้นมาเองอัตโนมัติ หรือ automatic คือให้service นั้นๆ เริ่มทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง หรือบูธเข้าวินโดว์
หรือ ไม่ก็สามารถ สั่ง stop หรือ start ได้ตามต้องการ เพื่อเริ่มหรือหยุดการทำงานของ service ได้ทันที

และสุดท้าย เป็นรายชื่อ service ต่างๆ ที่เราสามารถ disable ได้
- Smart Card / Smart Card Helper ถ้าไม่ใช้ระบบสมาร์ทการ์ดก็ปิดมันได้เลยค่ะ
- TCP/IP NetBIOS Helper service
- Uninterruptible Power Supply
- Remote Registry service
- Error Reporting Service คือที่ microsoft เตือน error ธรรมดา ถ้าไม่ต้องการก็ปิดไปเลยค่ะ
- Alerter
- Clipbook ใช้cut กับ paste ระหว่าง private network แต่โปรแกรมส่วนใหญ่ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ฉะนั้นก็ disable ไปได้เลยค่ะ
- Computer Browser serviceนี้ทำให้เราสามารถเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆใน network ถ้าใช้ LAN ก็ enalble ไว้
- FastUser Switching Compatibility ถ้าคุณใช้ multiple user ในคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ต้อง disable แต่ถ้าใช้คนเดียวก็ปิดไปได้เลย
- Messenger Service อันนี้ลบได้เลยอย่างไม่ต้องลังเล
- NetMeeting Remote Desktop Sharing Service disable ได้เลย ถ้าคอมคุณไม่ใช้ NetMeeting
- Network DDE/Network DDE DSDM disable ได้เลยค่ะ
- Remote Desktop Help Session Manager Service ถ้าไม่ใช้ remote desktop ก็ disable เลย
- Telnet Service Telnet ทำให้สามารถ log in เข้าไปในระบบจาก remote location service นี้เสี่ยงต่ความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ของเรา ก็ไม่จำเป็นต้องเปิด service นี้
นี่ก็เป็นวิธีทำให้คอมพิวเตอร์ของเราลดการทำงานของ service ไปได้ส่วนหนึ่ง ทำให้การทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาในระดับหนึ่ง ลองไปทำกันดูนะคะ
ขอบคุณเว็บไซต์ ww.arip.co.th และ ww.tech-recipes.com ค่ะ
edit @ 5 Jul 2009 23:33:35 by Issareeporn Siriphon